|
การศึกษาสิงคโปร์์์เป็นความร่วมมือระหว่างองค์กรภาครัฐต่างๆ ซึ่งริเริ่มโดยรัฐบาลสิงคโปร์ในปี 2546 เพื่อก่อตั้งและส่งเสริมให้ประเทศสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางทางการศึกษา และช่วยเหลือนักเรียนต่างชาติในการให้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจมาศึกษาต่อยังประเทศสิงคโปร์ การริเริ่มโครงการนำโดยคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ (Singapore Economic Development Board) ) และได้รับการสนับสนุนโดยคณะกรรมการการท่องเที่ยวสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board) คณะกรรมการการพัฒนามาตรฐานผลิตผลและนวัตกรรมของสิงคโปร์ (SPRING Singapore) องค์การวิสาหกิจระหว่างประเทศของสิงคโปร์ (International Enterprise Singapore) และกระทรวงศึกษาธิการ (Ministry of Education) รายละเอียดต่อไปนี้จะอธิบายถึงบทบาทหลักที่แต่ละองค์กรได้มีส่วนร่วมในการศึกษาสิงคโปร์ |
- คณะกรรมการการท่องเที่ยวสิงคโปร์ (STB)
ฝ่ายบริการด้านการศึกษา ประชาสัมพันธ์และทำการตลาดด้านการศึกษาของสิงคโปร์ในต่างประเทศ
- คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ (EDB)
เชิญชวนสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงในระดับสากล เข้ามาจัดตั้งวิทยาเขตในสิงคโปร์
- องค์การวิสาหกิจระหว่างประเทศของสิงคโปร์ (IE)
สนับสนุนโรงเรียนที่มีคุณภาพในสิงคโปร์ในการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น และช่วยเหลือในการจัดตั้งวิทยาเขตในต่างประเทศ
- คณะกรรมการพัฒนามาตรฐานผลิตผล และนวัตกรรมของสิงคโปร์ (Spring Singapore)
บริหารมาตรฐานด้านคุณภาพของสถาบันการศึกษาเอกชนในสิงคโปร์
- กระทรวงศึกษาธิการของสิงคโปร์ (MOE)
ดูแลระบบการศึกษาของโรงเรียนรัฐบาลในสิงคโปร์
บทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบของฝ่ายบริการด้านการศึกษา (STB)
ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักด้านการประชาสัมพันธ์การศึกษาสิงคโปร์ คณะกรรมการการท่องเที่ยวสิงคโปร์ได้ร่วมในกิจกรรม การประชาสัมพันธ์มากมายที่จัดข ึ้นโดยฝ่ายบริการด้านการศึกษา
ฝ่ายบริการด้านการศึกษาประกอบด้วย 3 ฝ่าย ซึ่งรับผิดชอบในแต่ละส่วนของการบริการด้านการศึกษา ดังนี้
- ฝ่ายพัฒนาการตลาดด้านการศึกษา (Education Market Development - EMD)
- จัดการสัมมนา และนิทรรศการด้านการศึกษา
- ฝึกอบรมตัวแทนที่ปรึกษาด้านการศึกษาต่อ
- ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ในสื่อต่างๆทั่วโลก
หน้าที่หลักของ EMD จะเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์การศึกษา ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงการศึกษาระดับหลังปริญญาตรี EMD จะทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาและผู้ดำเนินการด้านการศึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มีความเข้าใจในงานที่ทำและสามารถ พัฒนาช่องทางที่จำเป็นในการประชาสัมพันธ์การศึกษาของสิงคโปร์ ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมและการจัดทำโรดโชว์ ด้านการ ศึกษาในต่างประเทศ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น
- ฝ่ายกลยุทธการตลาดด้านการศึกษา (Education Strategic Marketing - ESM)
- โฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างแบรนด์การศึกษาสิงคโปร์
- วิเคราะห์และวิจัยด้านการแข่งขัน
- พัฒนาขีดความสามารถด้านธุรกิจการศึกษา
ESM ได้ดำเนินโครงการต่างๆ ที่ช่วยให้งานด้านการศึกษามีการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างแบรนด์ด้านการศึกษาของสิงคโปร์และการสื่อให้เห็นจุดยืนที่เหมาะสม ด้านแนวโน้มของโลกและการวิเคราะห์ด้านการแข่งขัน การยกระดับขีดความสามารถในงานและการจัดการกับปัญหาด้านการศึกษา
- ฝ่ายบริการนักเรียน (STUDENTS SERVICES - SSD)
- บริการให้คำปรึกษาด้านการศึกษา
- จัดการปฐมนิเทศน์สำหรับนักเรียนต่างชาติ
- รับข้อคิดเห็นของนักเรียน
SSD ให้บริการสำหรับนักเรียนต่างชาติ ตั้งแต่การปฐมนิเทศสำหรับนักเรียนใหม่ เพื่อช่วยให้มีความคุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมใหม่ได้ง่าย ยิ่งขึ้น บริการให้คำปรึกษาด้านการศึกษาสำหรับนักเรียนที่ต้องการศึกษาเพิ่มเติมในหลักสูตรต่างๆ และช่วยอำนวยความสะดวก แก่นักเรียนในการเสนอข้อคิดเห็น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับกลุ่มนักเรียนต่างชาติที่นี่ SSD เป็นผู้ดำเนินการ ศูนย์บริการการศึกษาสิงคโปร์ (SESC) เพื่อให้บริการแก่นักเรียนต่างชาติที่เข้ามารับบริการในด้านต่างๆ ดังที่ได้กล่าว มาแล้ว นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งสมาคมนักเรียนต่างชาติ (OSA) เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนต่างชาติได้พัฒนาทักษะและความรู้ใน ด้านต่างๆ ตามความสนใจ เช่น วัฒนธรรม สังคม กีฬา และการพักผ่อนหย่อนใจ โดยมีสำนักงานอยู่ในศูนย์บริการการศึกษาสิงคโปร์
ฝ่ายบริการด้านการศึกษา ตั้งอยู่ในสำนักงานใหญ่คณะกรรมการการท่องเที่ยวสิงคโปร์
ในปัจจุบันสถาบันการศึกษาเอกชนทุกแห่งจะต้องลงทะเบียนกับคณะกรรมการการศึกษาเอกชนก่อนจึงจะสามารถเปิดดำเนินการเรียนการสอนในประเทศสิงคโปร์ได้ และในกระบวนการดังกล่าวคณะกรรมการการศึกษาเอกชนจะต้องทำการตรวจสอบมาตรฐานในการดำเนินการ คุณภาพของนโยบาย และความโปร่งใสของข้อมูลของสถาบันการศึกษาแต่ละแห่ง
นอกจากนี้สถาบันการศึกษาเอกชนที่สามารถรับนักเรียนและนักศึกษาต่างชาติเข้าศึกษาได้นั้นจะต้องมีประกาศนียบัตร EduTrust ด้วย โดยประกาศนียบัตร EduTrust จะมีอยู่ 3 ระดับ - ได้แก่ EduTrust Star (มีผลสามารถใช้ในการรับรองได้เป็นเวลา 4 ปี) EduTrust (มีผลสามารถใช้ในการรับรองได้เป็นเวลา 4 ปี) และ EduTrust Provisional (มีผลสามารถใช้ในการรับรองได้เป็นเวลา1 ปี)
สถาบันการศึกษาเอกชนจะต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการการศึกษาเอกชนก่อนจึงจะสามารถจัดทำหลักสูตรการศึกษาภายนอกประเทศ (External Degree) ร่วมกับมหาวิทยาลัยจากต่างประเทศ และจะสามารถออกวุฒิการศึกษาในชื่อของสถาบันเองได้ถึงระดับประกาศนียบัตรขั้นสูง (Advanced Diploma) เท่านั้น
นอกจากนี้ เรายังมีการจัดทำโครงการคุ้มครองค่าธรรมเนียมการศึกษา (Fee Protection Scheme) เพื่อคุ้มครองค่าธรรมเนียมการศึกษาสำหรับนักเรียนและนักศึกษาที่ศึกษาในสถาบันการศึกษาเอกชนอีกด้วย โดยเรามีกฎบังคับให้สถาบันการศึกษาเอกชนต้องฝากเงินค่าธรรมเนียมการศึกษาไว้ในบัญชีค้ำประกัน หรือซื้อกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อคุ้มครองเงินค่าธรรมเนียมการศึกษาจากบริษัทประกันภัยที่ได้รับการรับรองโดยคณะกรรมการการศึกษาเอกชนหรือ CPE ด้วย
คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายชื่อสถาบันการศึกษาเอกชน ที่ได้รับการรับรองโดยคณะกรรมการการศึกษาเอกชนได้ที่.
คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายชื่อหลักสูตร ที่ได้รับการรับรองโดยคณะกรรมการการศึกษาเอกชนได้ที่.
หากคุณต้องการทราบข้อมูลทั่วๆ ไป โปรดไปที่ - เว็บไซต์ของสำนักงานการศึกษาสิงคโปร์.
ในปัจจุบันเราเรียกสถาบันการศึกษาเอกชนสั้นๆ ว่า PEIs
PEIs อาจมีการดำเนินการในรูปแบบขององค์กรแสวงหาผลกำไรที่ดำเนินการโดยเอกชน หรือในรูปแบบขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ให้บริการด้านการศึกษาและการฝึกอบรมก็ได้ โดย PEI ทุกแห่งจะต้องลงทะเบียนกับคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (Council for Private Education หรือ CPE) ของสิงคโปร์
CPE ได้กำหนดกระบวนการควบคุมการลงทะเบียน (Enhanced Registration Framework หรือ ERF) ขึ้นภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการศึกษาเอกชน (Private Education Act) และข้อกำหนดเกี่ยวกับการศึกษาเอกชน (Private Education Regulations) เพื่อควบคุมมาตรฐานของ PEI และปกป้องผลประโยชน์ของนักเรียนและนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในสถาบันการศึกษาเอกชนทุกๆ แห่ง
กระบวนการควบคุมการลงทะเบียน (Enhanced Registration Framework)
| มีความเป็นเลิศด้านการปฏิบัติเพื่อดูแลด้านความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของนักเรียนและนักศึกษา และมีความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการองค์กรและการเรียนการสอน |
ประกาศนียบัตร EduTrust |
สถาบันการศึกษาเอกชนที่ได้รับประกาศนียบัตร EduTrust Star หรือประกาศนียบัตร EduTrust เป็นสถาบันการศึกษาเอกชนที่มีความเป็นเลิศหรือมีประสิทธิภาพสูงในทุกๆ ด้านของการบริหารจัดการและคุณภาพการศึกษา และมีการดูแลความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของนักเรียนและนักศึกษาอย่างเหมาะสม ทั้งยังมีมาตรฐานต่างๆ ตรงตามที่กำหนดไว้ใน กระบวนการควบคุมการลงทะเบียน (ERF) โดยประกาศนียบัตรสองชนิดนี้จะมีผลสามารถใช้รับรองได้เป็นเวลา 4 ปี ปัจจัยพื้นฐานของ ERF คือ:
- มาตรฐานการลงทะเบียน
- มาตรฐานการดำเนินการ
- คุณภาพของนโยบาย
- ความโปร่งใสของข้อมูล
|
| |
โครงการคุ้มครองค่าธรรมเนียมการศึกษา (Fee Protection Scheme หรือ FPS) |
สถาบันที่มีประกาศนียบัตร EduTrust นั้นต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบดังต่อไปนี้
- สามารถเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาจากนักเรียนและนักศึกษาของตนล่วงหน้าได้ไม่เกิน 12 เดือน
- มีการดำเนินการเพื่อคุ้มครองค่าธรรมเนียมการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษาทั้งจากในประเทศและต่างชาติ โดยการฝากเงินค่าธรรมเนียมการศึกษาไว้ในบัญชีธนาคารเพื่อค้ำประกัน หรือซื้อกรมธรรม์ประกันภัยจากบริษัทประกันภัยที่กำหนด
โครงการคุ้มครองค่าธรรมเนียมการศึกษาหรือ FPS นั้นมีมาตรการอยู่สองข้อ:
- การคุ้มครองค่าธรรมเนียมการศึกษาโดยฝากไว้ในบัญชีธนาคารเพื่อค้ำประกัน
ค่าธรรมเนียมการศึกษาที่สถาบันการศึกษาเอกชนเรียกเก็บจากนักเรียนและนักศึกษานั้นจะต้องเก็บรักษาไว้โดยบุคคลที่สามซึ่งได้รับมอบหมาย - ซึ่งก็คือธนาคารซึ่งคณะกรรมการการศึกษาเอกชนมอบหมาย โดยสถาบันการศึกษาเอกชนจะสามารถถอนค่าธรรมเนียมการศึกษาดังกล่าวเมื่อถึงเวลาที่กำหนดเท่านั้นโดยจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดต่างๆ ที่กำหนดไว้ด้วย ในปัจจุบัน ธนาคารที่ร่วมโครงการนี้คือ DBS, HSBC และ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์ตเตอร์
- การคุ้มครองค่าธรรมเนียมการศึกษาโดยกรมธรรม์ประกันภัย
สถาบันการศึกษาจะซื้อกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อคุ้มครองค่าธรรมเนียมการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษา โดยสถาบันการศึกษาเอกชนจะต้องซื้อกรมธรรม์คุ้มครองค่าธรรมเนียมการศึกษาภายใน 3 วันหลังจากที่นักเรียนและนักศึกษาได้ทำการชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาผ่านทางระบบธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทประกันภัยที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการการศึกษาเอกชนให้เข้าร่วมโครงการนี้คือ HSBC อินชัวร์รัน สิงคโปร์ (HSBC Insurance Singapore) และ ลองแพค อินชัวร์รัน (Lonpac Insurance Bhd.)
|
ก. นักเรียนหรือนักศึกษาชาวต่างชาติที่ได้รับการตอบรับเข้าศึกษาแบบเต็มเวลาในสถาบันการศึกษาของสิงคโปร์จะต้องขอวีซ่านักศึกษาหรือ Student’s Pass เว้นแต่นักเรียนหรือนักศึกษารายดังกล่าวนั้น:
- เป็นผู้ถือวีซ่าแบบ Dependant’s Pass ที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนของรัฐบาลหรือที่รัฐบาลเป็นผู้สนับสนุน/ โรงเรียนเอกชน (Independent School)/ โรงเรียนที่ดำเนินการเรียนการสอนในระบบของต่างประเทศ/ โรงเรียนอนุบาลที่ลงทะเบียนไว้กับ MOE หรือสถานรับดูแลเด็กในเครือของ MCYS
- เป็นผู้ถือวีซ่าแบบ Immigration Exemption หรือ
- นักท่องเที่ยวที่ได้รับวีซ่าเข้าประเทศสิงคโปร์เป็นระยะเวลาสั้นๆ และต้องการจะเข้าศึกษาในหลักสูตรแบบสั้นที่จะเสร็จสิ้นหลักสูตรก่อนวันที่ครบกำหนดให้อยู่ในสิงคโปร์ได้หรือมีระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน แล้วแต่ระยะเวลาใดจะสั้นกว่า
เมื่อได้รับจดหมายตอบรับเข้าศึกษาจากโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาซึ่งจดหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 2 สัปดาห์แล้ว ผู้สมัครเข้าศึกษาจะต้องไปขอวีซ่านักศึกษาที่กรมการตรวจคนเข้าเมือง (Immigration & Checkpoints Authority หรือ ICA) สำหรับผู้สมัครเข้าเรียนที่ต้องใช้วีซ่าเพื่อเดินทางเข้าสิงคโปร์ โปรดยื่นคำร้องขอวีซ่านักศึกษาให้แก่ ICA เป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือนแต่ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันเริ่มหลักสูตร
หมายเหตุ: สำหรับผู้ถือสัญชาติสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ต้องการจะศึกษาในหลักสูตรด้านภาษา พาณิชยการ อาชีวศึกษา หรือ วิจิตรศิลป์ ในสถาบันการศึกษาเอกชนของสิงคโปร์ (ซึ่งไม่รวมถึงนักศึกษาในระดับปริญญา ระดับบัณฑิตศึกษา และนักเรียนหรือนักศึกษาที่ศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาเอกชน) ผู้สมัครเข้าศึกษาจะต้องยื่นคำร้องขอวีซ่านักศึกษาที่สถานทูตสิงคโปร์ที่ปักกิ่ง
หลังจากที่ได้มีการกำหนดมาตรฐาน EduTrust ขึ้นในสิงคโปร์แล้ว สถาบันการศึกษาเอกชนทุกแห่งจะต้องได้รับประกาศนียบัตร EduTrust ก่อนจึงจะสามารถรับนักเรียนและนักศึกษาต่างชาติเข้าศึกษาได้
หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.ica.gov.sg
ก. เมื่อมีการอนุมัติคำร้องขอวีซ่านักศึกษา เจ้าหน้าที่จะออกจดหมายแจ้งรายละเอียดหลักฐานประกอบการอนุมัติ (In-Principle Approval หรือ IPA) ให้แก่ผู้ยื่นขอวีซ่า หากมีการกำหนดให้ต้องมีการฝากเงินค้ำประกัน จะมีการระบุจำนวนของเงินค้ำประกันไว้ในจดหมายดังกล่าว
| ประเทศ |
รูปแบบเงินค้ำประกันและอัตราต่อคน |
| มาเลเซียและบรูไน |
ไม่มี |
| อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย |
1,000 ดอลล่าร์สิงคโปร์ ในรูปแบบของจดหมายรับรองทางการเงิน (Banker's Guarantee) จากธนาคารชั้นนำของสิงคโปร์ หรือแคชเชียร์เช็ค (Cashier's Order) หรือ NETS |
| สาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย บังกลาเทศ และพม่า |
5,000 ดอลล่าร์สิงคโปร์ ในรูปแบบของจดหมายรับรองทางการเงิน (Banker's Guarantee) จากธนาคารชั้นนำของสิงคโปร์ หรือแคชเชียร์เช็ค |
| ประเทศอื่นๆ |
1,500 ดอลล่าร์สิงคโปร์ ในรูปแบบของจดหมายรับรองทางการเงิน (Banker's Guarantee) จากธนาคารชั้นนำของสิงคโปร์ หรือแคชเชียร์เช็ค |
ผู้ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้อาจสามารถขอยกเว้นการฝากเงินค้ำประกันได้:
- ผู้ที่ถือสัญชาติมาเลเซีย/บรูไน
- ผู้ที่ถือวีซ่าแบบ Dependent's Pass, long term social visit pass และ work pass ที่ยังมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย
- บุตรหรือคู่สมรสของประชากรสิงคโปร์/ผู้อยู่อาศัยถาวร
- นักเรียนและนักศึกษาต่างชาติที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนอนุบาลที่ลงทะเบียนไว้กับกระทรวงศึกษาธิการ (Ministry of Education)/สถานรับดูแลเด็กในเครือของ MCYS
- นักเรียนและนักศึกษาต่างชาติที่เข้าศึกษาในหลักสูตรแบบเต็มเวลาที่สถาบันการศึกษาเอกชนที่ได้รับรางวัลการรับรองคุณภาพสถาบันการศึกษาในสิงคโปร์ (Singapore Quality Class for Private Education Organisation หรือ SQC(PEO)) จาก SPRING สิงคโปร์
- นักเรียนและนักศึกษาต่างชาติที่เข้าศึกษาแบบเต็มเวลาในระดับมหาวิทยาลัย (ระดับปริญญาตรี/บัณฑิตศึกษา) ที่สถาบันการศึกษาเอกชนที่ได้รับอนุญาต ยกเว้นหลักสูตรของมหาวิทยาลัยลอนดอน (University of London (UOL) tuition programme)
- มีอายุต่ำกว่า 16 ปีในขณะที่ยื่นขอวีซ่า
ข้อควรจำ: โครงการการรับรองคุณภาพสถาบันการศึกษาในสิงคโปร์ (SQC-PEO)) จะสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 2010 และ SPRING จะไม่รับคำร้องขอร่วมโครงการหลังจากวันดังกล่าว หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SQC-PEOs โปรดคลิก ที่นี่. |